ท่านรู้จัก ร่าง พ.ร.บ. สาธารณสุขอะไรบ้าง

เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2556  ได้มีการพิจารณา เรื่องการศึกษาการคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข  ครั้งที่ 3  ณ ห้องประชุมตึกกองวิศวกรรมการแพทย์  กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

สรุปสาระสำคัญ  ของการประชุม มีดังนี้

1 สถานการณ์ของการคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พบว่า จากข้อมูลที่คณะอนุกรรมการได้รวบรวม จากหน่วยงานภาคราชการที่เกี่ยวข้อง ๖ หน่วยงานได้แก่ แพทยสภา ศาล สำนักงานประกอบโรคศิลปะ เป็นต้น พบว่ามีอัตราเกิดของความเสียหาย ต่อ จำนวนบริการสาธารณสุข ในอัตราที่ต่ำมาก อย่างไรก็ดี ข้อมูลมีความจำกัด ยังไม่รวมถึงความเสียหายที่มิได้มีการดำเนินความหรือคดีประเภทใดๆไว้ด้วย  มีข้อมูลจากเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์อ้างถึงรายงานของนายแพทย์ท่านหนึ่งซึ่งเสนอในการประชุมวิชาการที่จัดขึ้นโดยองค์การอนามัยโลก และข้อมูลจากประเทศอื่น ว่า มีอัตราความเสียหายดังกล่าวสูงมาก

2. ระบบการคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข  พบว่าในด้านการความคดี  มีหน่วยงาน และระบบที่เกี่ยวข้องกับการนี้อยู่ดังนี้ 1.ระบบศูนย์สันติวิธี ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีงบประมาณสนับสนุนจำนวนหนึ่ง และมีข่ายการทำงานสนับสนุนทั่วประเทศ สามารถยุติความได้ด้วยการนำข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมาเปิดเผยและยุติกันด้วยความเข้าใจ และมีการช่วยเหลือในบางรายที่เหมาะสม 2. หน่วยงานของศาลในราชการยุติธรรม  จะยุติความได้ด้วยการตัดสินของศาล ตามมาตรฐานของการแสวงหา นำเข้า และพิจารณาข้อเท็จจริงปรับกับข้อกฎหมาย  ซึ่งมีความล่าช้าอยู่ อันเนื่องจากความจำกัดของกระบวนการพิจารณาข้อเท็จจริงที่ต้องให้ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสเสมอกันตามหลักการยุติธรรม กับทั้งมีข้อโต้แย้งจากเครือข่ายผู้เสียหายว่าฯ  ยังเป็นมาตรการที่บกพร่องอยู่ 3. การไกล่เกลี่ย และยุติความในระดับสถานพยาบาลโดยไม่เกี่ยวถึงระดับกรมและกระทรวง ๔ หน่วยงานและมาตรการอื่นๆ

สำหรับการป้องกันความเสียหาย ที่ประชุมเห็นร่วมกัน เป็นประเด็นสำคัญที่กระทรวงสาธารณสุข จะต้องให้ความสำคัญในการพัฒนาระบบการรักษาพยาบาลผู้ป่วยให้ มีระบบ มีกำลังคนเพียงพอทั้งปริมาณ คุณภาพ ให้สอดคล้องกับภาระงาน กับทั้งต้องพัฒนาระบบประกันสุขภาพ ที่ต้องปรับให้ประชาชนมีหน้าที่ต่อตนเองในการดูแลรักษาสุขภาพมากขึ้น และมีหน้าที่ในการจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลบางส่วน เพิ่มจากที่รัฐจัดให้  และมาตรการอื่นพบว่ายังไม่มีระบบคุ้มครองผู้ให้การรักษาพยาบาลที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งทางแพ่งและทางอาญา อย่างเพียงพอ ส่งผลให้บุคลากรออกจากระบบ ทำให้เกิดภาวะขาดแคลน ตลอดจนการกระจายตัวของบุคลกร ทั้งแบบสมบูรณ์ และสัมพัทธ์ ทั่วทั้งระบบบริการสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุข

2.1 ข้อเสนอจากการศึกษา

– พัฒนาระบบการคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข ที่มีประสิทธิภาพ ฯ

-ให้มีระบบคุ้มครองผู้ให้การรักษาพยาบาล ทั้งทางแพ่งและทางอาญา

-ให้มีหน่วยงานกลาง ที่มีการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรม ในกรณีเป็นคณะกรรมการ ให้มีองค์ประกอบของผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิชาชีพ ผู้รับบริการและ ผู้ให้การรักษาพยาบาล

-ให้มีระบบการเงิน เพื่อใช้ในการคุ้มครองฯนี้

-ให้มีระบบฐานข้อมูล และการหาสาเหตุของการเกิดความเสียหายฯ

-ให้มีการพัฒนาจากระบบเดิม หรือให้มีระบบใหม่  หากจะมีการดำเนินโครงการ หรือ ปรับแก้ ออกกฎหมายใด ต้องมีการศึกษาความจำเป็น ผลกระทบ และจัดให้มีประชาพิจารณ์อย่างรอบด้าน ทั่วถึงในผู้ประกอบวิชาชีพ และผู้เกี่ยวข้อง

โดยมีข้อสังเกต  ๓ ประการคือ ให้พัฒนาระบบคุ้มครองผู้เสียหายจากการได้รับการบริการรักษาพยาบาลเฉพาะโรคจากสารพิษ   ข้อมูลด้านความเสียหายดังกล่าวข้างต้น เพื่อประกอบการพิจารณาและ นำเสนอความเห็นของแพทยสภาที่จัดทำเสนอไว้ด้วย  ทั้งนี้เพื่อเสนอคณะกรรมการฯ ต่อไป

3. เกี่ยวข้องกับกรมการแพทย์/สำนักยุทธศาสตร์ ดังนี้

กรมการแพทย์เป็นหน่วยงานตามกฎหมาย มีภารกิจด้านการพัฒนาวิชาการทางการแพทย์ที่มีความเฉพาะ และยุ่งยากซับซ้อน กับทั้งมีหน้าที่จัดบริการให้การรักษาพยาบาลผู้ป่วยเฉพาะทางด้านต่างๆ และมีสถานพยาบาลในสังกัดอยู่จำนวนมาก  ในการนี้มีภาระหน้าทีในการคุ้มครองผู้ให้การรักษาพยาบาล และผู้เสียหายจากระบบ (ถ้ามี)  สำนักยุทธศาสตร์ มีหน้าที่จัดทำข้อเสนอเชิงระบบ เชิงนโยบาย เพื่อกรมการแพทย์บรรลุภารกิจตามกฎหมาย ตลอดจนมีหน้าที่ผลักดันยุทธศาสตร์ด้านการแพทย์ ให้ประชาชนได้ประโยชน์

4. สิ่งที่กรมการแพทย์/สำนักยุทธศาสตร์รับมา หรือ ต้องดำเนินการต่อ คือ –

5. โอกาส/ผลกระทบ ต่อกรมการแพทย์ /สำนักยุทธศาสตร์ คือ

การศึกษาการคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข ทำให้มีการนำข้อเท็จจริงของบริการทางการแพทย์ ได้รับการสำรวจ ศึกษา วิเคราะห์ ใช้เหตุและผล ตลอดถึงหลักวิชา ในการทำความเข้าใจถึงสถานการณ์จริงของประเด็นที่เป็นที่โต้แย้งในสังคมนี้เมื่อ ๓ ปี ก่อน  ทำให้กรมการแพทย์ และหน่วยงานในสังกัด ได้มีส่วนในการให้ข้อมูล ข้อความเห็น เหตุผล  เพื่อการเข้าใจสถานการณ์ตามความเป็นจริง  ไม่ก่อให้เกิดภาระเกินจำเป็นต่อบุคลากรทางการแพทย์  ทำให้บุคลากรได้ทำงานตามมาตรฐานวิชาชีพอย่างไร้ข้อสงสัยในที่มาของกฎเกณฑ์หรือกฎหมายใดๆ ที่จะมีการออกมาบังคับใช้(ถ้ามี)  ทำให้สำนักยุทธศาสตร์ ได้ก้าวบรรลุภารกิจในด้านการสนับสนุนหน่วยงานสังกัดกรมการแพทย์เพิ่มขึ้นตามลำดับ อันเป็นประโยชน์ของราชการกรมการแพทย์ต่อประชาชนโดยรวมต่อไป

6. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทุกหน่วยงานที่เป็นสถานบริการสังกัดกรมการแพทย์ และหน่วยงานสนับสนุนระบบบริการทางการแพทย์ของกรมการแพทย์

7.. การประชุม/อบรม/ครั้งต่อไป  –

8. ความเห็น/ข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ (ถ้ามี)

ผู้แทนกรมการแพทย์ ได้ให้ข้อมูล ข้อวิเคราะห์ข้อมูลความเสียหาย และสถานการณ์ด้านความเสียหายจากการับบริการสาธารณสุข ตลอดจนข้อเสนอแนะอันเป็นที่ยอมรับ และเป็นที่มาของข้อเสนอแนะจำนวนมาก  ข้อมูลส่วนใหญ่ ได้มาจากงานกฎหมายการแพทย์ กลุ่มผลักดันยุทธศาสตร์การแพทย์ สำนักยุทธศาสตร์

การเสนอข้อคิดเห็นจาก พญ. อรพรรณ์ เมธาดิลกกุล  ผู้แทนกรมการแพทย์

การเสนอข้อคิดเห็นจาก พญ. อรพรรณ์ เมธาดิลกกุล ผู้แทนกรมการแพทย์

ผู้เขียนรายงาน       :      แพทย์หญิง  อรพรรณ์  เมธาดิลกกุล  หัวหน้ากลุ่มงานกฏหมายและเวชศาสตร์

สิ่งแวดล้อม

ผู้เรียบเรียง            :      นางสุวรรณ  สัมฤทธิ์          งานห้องสมุด

ภาพประกอบ         :      นางพรรณรา เจริญยศ        งานพัฒนาสื่อทางการแพทย์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s